อยู่ระหว่างการปรับปรุงข้อมูล
องค์ความรู้ (KM)

“โสธรพิทักษ์” สร้างแบรนด์สมุนไพร ขยายตลาดด้วยวิถีใหม่

OKMD แปดริ้ว ยอดเข้าชม 17 ครั้ง
“โสธรพิทักษ์” สร้างแบรนด์สมุนไพร ขยายตลาดด้วยวิถีใหม่

ถอดบทเรียนความสำเร็จของเมืองฉะเชิงเทรา กับการประสานพลังระหว่างภูมิปัญญาผู้ใหญ่และทักษะดิจิทัลของคนรุ่นใหม่ ยกระดับสมุนไพรกระดูกไก่ดำ “โสธรพิทักษ์” สู่ผลิตภัณฑ์สร้างสรรค์ และขยายตลาดออนไลน์อย่างยั่งยืน

     ลองจินตนาการถึงการเดินทางมาเยือน "ฉะเชิงเทรา" เมืองใกล้กรุงที่ซ่อนเรื่องราวอันน่าหลงใหลไว้ตามชุมชนริมน้ำ ตลาดบ้านใหม่หรือย่านชุมชนริมทางรถไฟ ที่นี่ไม่ได้เป็นเพียงแค่ทางผ่านแต่กลายเป็นแหล่งรวมตัวของ "ของดีในชุมชน" ที่เปี่ยมด้วยภูมิปัญญาและทุนทางวัฒนธรรม ไม่ว่าจะเป็นอาหารพื้นถิ่นรสชาติดั้งเดิม สมุนไพรแปรรูปทรงคุณค่าอย่างผลิตภัณฑ์จากสมุนไพรอย่าง "โสธรพิทักษ์" ไปจนถึงงานหัตถกรรมและของที่ระลึกฝีมือประณีต ที่ทุกชิ้นงานล้วนกลั่นกรองมาจากฝีมือและเรื่องเล่าของคนในพื้นที่  
     ด้วยโลกธุกิจที่หมุนไปอย่างรวดเร็ว สินค้าท้องถิ่นต้องเผชิญกับโจทย์ที่ท้าทาย นั่นคือ “มีอยู่ของดีอยู่ แต่จะทำอย่างไรให้ออกไปสู่สายตาตลาดวงกว้าง และสร้างรายได้ที่ยั่งยืนได้อย่างไร?" การจะรอให้ลูกค้าเดินทางมาถึงถิ่นย่อมไม่เพียงพออีกต่อไปในยุคดิจิทัล  
     นี่จึงเป็นจุดเริ่มต้นของการเดินทางสู่ "เมืองแห่งการเรียนรู้ (Learning City)" ที่ชวนให้เรามาขบคิดและถอดบทเรียนร่วมกัน ที่พลังการประสานมือของ "ผู้ใหญ่" ปราชญ์ชาวบ้านและผู้ประกอบการด้านการผลิตภูมิปัญญา กับ “เด็กและเยาวชน" คนรุ่นใหม่ที่มีหัวใจรักบ้านเกิดและเโลกข้าใจความวามวามเป็นไปในโลกดิจิทัล  การจับมือกันของคนสองวัยที่กลายเป็นสูตรสำเร็จอันทรงพลัง ในการสร้างสรรค์ "ความภูมิใจท้องถิ่น" ให้กลายเป็น "เศรษฐกิจสร้างสรรค์" ที่พร้อมพาของดีเมืองแปดริ้วก้าวไปไกลกว่าเดิม และนี่คือเรื่องราวการเรียนรู้ที่พื้นที่อื่น ๆ สามารถนำไปปรับใช้เพื่อปลุกชีพชุมชนของตัวเองได้เช่นกัน


เบื้องหลัง "ของดี" จากภูมิปัญญา : เมื่อผู้ใหญ่ลงมือทำด้วยหัวใจ
     หากลองพาตัวเองลัดเลาะเข้าไปสัมผัสบรรยากาศการเรียนรู้ในชุมชนของฉะเชิงเทรา สิ่งแรกที่จะสัมผัสได้คือการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ของดีชุมชน การสร้างกระบวนการเรียนรู้และเวทีชุมชนที่เปิดพื้นที่ให้คนเฒ่าคนแก่ได้มาร่วมพูดคุย ถอดบทเรียน ผ่านหลักสูตรฝึกอบรมระยะสั้น เช่น หลักสูตรการจัดการภูมิปัญญาท้องถิ่นและการพัฒนาอาชีพ ที่มุ่งเน้นการดึงเอาภูมิปัญญาเดิมมาต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์สร้างรายได้  
     แต่หัวใจสำคัญของการทำงานในขั้นตอนนี้ไม่ใช่แค่การผลิตสินค้า แต่เป็นการยกระดับมาตรฐานอย่างประณีต ตั้งแต่การคัดสรรวัตถุดิบ การพัฒนาสูตรอาหารหรือสมุนไพรแปรรูป เช่น ผลิตภัณฑ์จากสมุนไพรกระดูกไก่ดำของวิสาหกิจชุมชน "โสธรพิทักษ์" ไปจนถึงการออกแบบบรรจุภัณฑ์และการสร้างตราสินค้าให้มีความทันสมัย สะท้อนถึงอัตลักษณ์และเรื่องราวความเป็นเมือง ซึ่งบทเรียนสำคัญที่พื้นที่อื่นสามารถนำไปปรับใช้ได้ทันทีก็คือ การสร้างสินค้าชุมชนให้ยั่งยืนนั้นไม่ใช่การเปลี่ยนแปลงจนสูญเสียตัวตน หากแต่ต้องเริ่มต้นจากการเคารพรากเหง้าภูมิปัญญาเดิมเสียก่อนแล้วจึงรู้จักดึงเอา "เรื่องเล่า" ที่ซ่อนอยู่ในท้องถิ่นมาช่วยแสดงเอกลักษณ์และตัวตนของผลิตภัณฑ์ เพราะเมื่อสินค้ามีเรื่องราว มีจิตวิญญาณ และสะท้อนคุณค่าของวันวานได้อย่างงดงาม เป็นงานฝีมือทรงคุณค่าที่พร้อมดึงดูดใจผู้คนให้เข้ามาสัมผัสและเรียนรู้ด้วยความประทับใจ
     ผลิตภัณฑ์สมุนไพรกระดูกไก่ดำของวิสาหกิจชุมชน “โสธรพิทักษ์” จังหวัดฉะเชิงเทรา เป็นกรณีศึกษาของโครงการพัฒนาเมืองแห่งการเรียนรู้ โดยนำกระดูกไก่ดำและวัตถุดิบท้องถิ่นมาแปรรูปเป็นสินค้าสร้างสรรค์ เช่น คุกกี้ข้าวโอ๊ตผสมกระดูกไก่ดำ ผลิตโดยวิสาหกิจชุมชนโสธรพิทักษ์ ตั้งอยู่ที่ 152/28 ถนนริมคลองท่าไข่ อำเภอหน้าเมือง จังหวัดฉะเชิงเทรา โทร. 063-365-4229

สะพานเชื่อมสู่ออนไลน์ : สร้างช่องทางการตลาดด้วยวิถีคนรุ่นใหม่
     อีกหนึ่งฟันเฟืองสำคัญที่สะท้อนผ่านการขับเคลื่อนของโครงการวิจัย "ฉะเชิงเทราเมืองสร้างสรรค์ : การขับเคลื่อนเมืองแห่งการเรียนรู้ภายใต้บริบทประวัติศาสตร์และทุนทางวัฒนธรรมสู่การสร้างอัตลักษณ์เมืองและการเรียนรู้อย่างสร้างสรรค์" ซึ่งดำเนินการโดยคณะผู้วิจัยและสถาบันการศึกษาในพื้นที่อย่าง มหาวิทยาลัยราชภัฏราชนครินทร์ ร่วมกับภาคีเครือข่ายพัฒนาเมือง ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของการติดอาวุธทางปัญญาให้กับคนรุ่นใหม่ โดยเฉพาะการจัดกิจกรรมฝึกอบรมการเสริมสร้างทักษะตลาดดิจิทัลให้กับนักศึกษาและเยาวชน  
     ในกระบวนการนี้ เด็ก ๆ และเยาวชนจะได้รับการพัฒนาศักยภาพผ่านหลักสูตรฝึกอบรมระยะสั้น ภายใต้แนวคิดการพัฒนาหลักสูตรฐานผลลัพธ์ (Outcome-Based Education: OBE) ซึ่งมีเนื้อหาเข้มข้นครอบคลุมตั้งแต่การวิเคราะห์ต้นทุน การกำหนดราคาขาย ไปจนถึงการปฏิบัติจริงในกิจกรรมสำคัญ เช่น การฝึกใช้แพลตฟอร์มดิจิทัลยอดนิยมอย่าง Facebook Page, TikTok, Line OA ร่วมถึงแพลตฟอร์มค้าขายอื่น ๆ  เพื่อช่วยขยายช่องทางการจัดจำหน่ายสินค้าและประชาสัมพันธ์ผลิตภัณฑ์ของชุมชน กระบวนการนี้จึงสะท้อนให้เห็นบทเรียนสำคัญว่า พลังของคนรุ่นใหม่คือ "สะพานเชื่อมอันทรงพลัง” ที่ช่วยหนุนให้ของดีในท้องถิ่นให้ก้าวข้ามขีดจำกัดเดิม ๆ และเข้าถึงกลุ่มลูกค้าในวงกว้างผ่านวิถีดิจิทัลได้อย่างรวดเร็ว เมื่อความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีของเยาวชนภายใต้การสนับสนุนของมหาวิทยาลัยและเครือข่ายเมืองมาประสานเข้ากับภูมิปัญญาดั้งเดิม จึงกลายเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ทำให้เศรษฐกิจฐานรากของฉะเชิงเทราเติบโตได้อย่างยั่งยืน

ผลลัพธ์ที่งอกงาม : เศรษฐกิจสร้างสรรค์และรอยยิ้มของคนสองวัย
     เมื่อกระบวนการเรียนรู้และการทำงานร่วมกันของคนต่างวัยได้เกิดขึ้น สิ่งที่งอกงามไม่ใช่เพียงแค่ชิ้นงานผลิตภัณฑ์ที่ขายได้ ที่ฝั่งผู้ใหญ่เองเกิดความภาคภูมิใจที่ภูมิปัญญาดั้งเดิมถูกยกระดับให้มีมูลค่า และมีลูกหลานคอยช่วยสืบทอด ในขณะที่เด็กและเยาวชนเองก็มีความภาคภูมิใจที่ได้นำความรู้ความสามารถมาพัฒนาบ้านเกิดของตนเอง เกิดการเปลี่ยนบทบาทที่สำคัญ จากเดิมที่เคยเป็นเพียง "ผู้รับ" การถ่ายทอดความรู้ ไปสู่การเป็น "ผู้สร้างและผู้ถ่ายทอด" องค์ความรู้สู่สังคมในวงกว้าง  
     ผลลัพธ์เหล่านี้ยังเชื่อมโยงไปสู่มิติการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ ที่ชวนให้ผู้มาเยือนได้ลองก้าวเท้าตามรอยเส้นทางเรียนรู้ของเมืองฉะเชิงเทรา ไม่ว่าจะเป็นการเดินสำรวจพื้นที่การเรียนรู้ในชุมชนริมทางรถไฟและย่านตลาดบ้านใหม่ ชมการจัดการพื้นที่สาธารณะที่สร้างประโยชน์ให้กับคนทุกกลุ่ม พร้อมกับแวะชิมอาหารพื้นถิ่น อุดหนุนผลิตภัณฑ์ของฝากเชิงวัฒนธรรมฝีมือคนในชุมชนเพื่อสัมผัสกับบรรยากาศอันมีชีวิตชีวาของเมืองแห่งการเรียนรู้ที่ไม่ได้เป็นเพียงนโยบายชวนฝัน แต่เป็นพื้นที่จริงที่ขับเคลื่อนด้วยความสุข รอยยิ้ม และความเข้มแข็งของคนในชุมชนอย่างแท้จริง
     บทสรุปจากความสำเร็จของจังหวัดฉะเชิงเทราได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า การขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากและการพัฒนาเมืองให้ก้าวไปข้างหน้านั้น ไม่ได้อาศัยเพียงแค่ทุนทางวัฒนธรรมหรือทรัพยากรที่มีอยู่แต่เพียงอย่างเดียว แต่หัวใจสำคัญคือการอาศัย "ความร่วมมือของคนข้ามรุ่น" ระหว่างภูมิปัญญาของผู้ใหญ่และพลังการตลาดดิจิทัลของคนรุ่นใหม่ จนเกิดเป็นระบบนิเวศการเรียนรู้ที่เกื้อหนุนซึ่งกันและกันอย่างยั่งยืน