อยู่ระหว่างการปรับปรุงข้อมูล
องค์ความรู้ (KM)

แก้วผาคำ : เมื่อ "เสียงดนตรี" ปลุกชีวิตเมืองแห่งการเรียนรู้ของเชียงดาว

OKMD เชียงดาว ยอดเข้าชม 17 ครั้ง
แก้วผาคำ :  เมื่อ "เสียงดนตรี" ปลุกชีวิตเมืองแห่งการเรียนรู้ของเชียงดาว

จากความเหงา สู่วง “แก้วผาคำ” ดนตรีปี่พาทย์ล้านนาที่ปลุกชีวิตเชียงดาว สู่ต้นแบบเมืองแห่งการเรียนรู้ของเยาวชน

     หากเราพูดถึงเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ ภาพจำของใครหลายคนอาจนึกถึงขุนเขา สายหมอก และเทศกาลงานศิลปะงานคราฟท์ที่เป็นแหล่งร่วมตัวศิลปินอยู่ที่นี่ แต่ในมุมเล็ก ๆ ของเมืองยังมีกลุ่มคนตัวเล็ก ๆ ที่ยังคงส่งเสียงสำเนียงแห่งดนตรีล้านนาอยู่ให้หัวใจของเมืองเชียงดาวแห่งนี้ยังมีชีวิตชีวาไปตามจังหวะของตัวเอง ในชื่อของ “วงแก้วผาคำ” วงดนตรีปี่พาทย์ล้านนาที่ถูกปลุกให้มีชีวิตขึ้นมาด้วยแรงใจและแรงกายของคนหนุ่มตัวเล็ก ๆ ที่มีฝีไม้ลายมือรอบตัวที่เด็ก ๆ หรือใคร ๆ เรียกขานกันว่า “หนานจิ”จาตุรนต์ พีระมูล ช่างฝีมือและนักดนตรีท้องถิ่นผู้พลิกฟื้นวัฒนธรรมให้กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง  

เหตุเกิดจากความเหงา
     “หนานจิ“ เดิมบวชเรียนมาตั้งแต่เล็ก ร่ำเรียนรู้วิชาทั้งทางธรรมและฝึกภูมิปัญญาเชิงทางมาหลาหลายแขนง แต่ด้วยปัญหาด้านสุขภาพที่ต้องเดินทางเข้าออกโรงพยายาบาลบ่อยขึ้นจึงจำเป็นต้องลาสิกขาออกมาใช้ชีวิตอยู่ที่บ้าน และด้วยเมื่อครั้งที่จัดงานศพให้คุณย่าที่ตั้งใจจะหาวงดนตรีล้านนามาบรรเลงในงานก็พบว่า วงดนตรีรุ่นคุณลุงคุณตาในอดีตต่างพากัน "ปิดตำนาน" และหยุดรับงานกันไปหมดแล้ว ถึงกับต้องดั้นด้นไปหาวงจากสันทรายที่ต่างอำเภอมาช่วยบรรเลงให้ ครั้งนั้นเองจึงเกิดความสะท้อนใจใหหวนคิดถึงบรรยากาศของชุมชนที่แต่เดิมเคยเป็นดินแดนแห่งเสียงดนตรี แต่วันนี้กลับจางหาย ครูภูมิปัญญาเดิมก็วางมือไม่มีคนรุ่นใหม่ ๆ มาสืบทอดต่อจนทำให้บรรยากาศชุมชนที่เคยมีสีสันดูช่างเงียบเหงา
     ครั้งนั้นเองเป็นวันที่หนานจิตั้งมั่นที่จะรื้อฟื้นก่อตั้งวงดนตรีล้านนาให้กลับคืนมาสู่ชุมชนเชียงดาว
     ประกอบกับความตั้งใจอยากดึงเด็ก ๆ ในชุมชนให้ห่างจากหน้าจอโทรศัพท์และเกมมือถือ หนานจิเลยลองเปิดบ้านสอนตีฆ้อง ตีกลอง และจับกลุ่มซ้อมดนตรีเล็ก ๆ ช่วงวันหยุดและปิดเทอม จากความตั้งใจเล่น ๆ กลายเป็นเรื่องจริงจัง เมื่อเด็ก ๆ เริ่มสนุกและมีความสุขในการร่วมกันบรรเลงด้วย บรรยากาศอบอุ่นเป็นกันเอง และการบอกต่อแบบปากต่อปาก ทำให้มีผู้ปกครองพาลูกหลานมาฝากตัวเป็นลูกศิษย์เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ จนกลายเป็นวงดนตรีเยาวชนเชียงดาวในชื่อ ในที่สุด  

ก้าวข้ามข้อจำกัด ด้วยหัวใจและเครือข่ายวัฒนธรรม
     แม้เส้นทางนี้อาจจะดูไม่ง่าย เพราะมีทั้งข้อจำกัดเรื่องสุขภาพ ทุนทรัพย์ที่จำกัด และเครื่องดนตรีที่ไม่พร้อมในตอนแรก แต่ด้วยใจรักและการเสริมกำลังร่วมกับเครือข่ายอย่างกลุ่มมะขามป้อม รวมถึงการได้ไปเรียนรู้เทคนิคขั้นสูงจากครูผู้เชี่ยวชาญอย่าง ครูบุญยิ่ง (ครูบุญยวัฒน์) ทำให้เด็ก ๆ ได้ฝึกฝนอย่างจริงจัง ตั้งแต่การแกะเพลง การปรับจูนเสียง ไปจนถึงการผสมผสานเครื่องดนตรีปี่พาทย์ล้านนาได้อย่างลงตัว
          "เด็กไม่ได้ชอบเพราะบังคับ 
           แต่เขาชอบด้วยจิตและใจ 
           เพราะที่นี่มีพื้นที่ให้เขาได้แสดงออก มีตัวตน และได้รับความภาคภูมิใจ"  
          หนานจิสะท้อนมุมมองการสอนเด็ก ๆ

ดนตรีสร้างคุณค่า สร้างวินัย และให้อนาคต
     สิ่งที่น่าประทับใจคือ วงดนตรีเยาวชนกลุ่มนี้ไม่ได้แค่เล่นสนุก แต่พวกเขายังได้รับโอกาสไปแสดงในงานบุญ งานกฐิน และงานเทศกาลสำคัญทั้งในท้องถิ่นและในเมืองเชียงใหม่ จนผู้คนต่างชื่นชม สิ่งเหล่านี้ช่วยสร้างผลลัพธ์ที่งดงามให้กับเด็ก ๆ
     ความสำเร็จของวงแก้วผาคำไม่ได้เกิดขึ้นโดยบังเอิญ แต่เกิดจากการประสานพลังของปัจจัยสำคัญหลายประการ ที่เริ่มต้นด้วยการพึ่งพาตนเองและฐานทุนท้องถิ่น
แม้ความพร้อมของเครื่องมือจะไม่สมบูรณ์ในตอนแรก แต่หนานจิใช้ทักษะช่างและการซ่อมแซมที่มีประกอบกับการเรียนรู้เพิ่มเติมจากครูผู้เชี่ยวชาญระดับปรมาจารย์อย่าง ครูบุญยิ่ง ครูอาวุโสผู้ประสาทวิชาดนตรีวิชาช่างให้หนานจิ ทำให้เด็ก ๆ ได้ฝึกฝนอย่างลึกซึ้ง ตั้งแต่การแกะเพลง การปรับจูนเสียง ไปจนถึงการผสมผสานเครื่องดนตรีปี่พาทย์ล้านนา
     การขับเคลื่อนไม่ได้เดินลำพัง แต่มีเครือข่ายอย่างกลุ่มมะขามป้อม และพื้นที่การเรียนรู้ในท้องถิ่นเข้ามาเชื่อมร้อย ช่วยสร้างกระบวนการแลกเปลี่ยน เปิดพื้นที่ให้เด็ก ๆ ได้แสดงออก และทำให้วงดนตรีตัวเล็ก ๆ กลายเป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนเมืองเชียงดาว
     ไปจนถึงการสร้างคุณค่าและการยอมรับจากสังคม คือ การได้ออกไปบรรเลงในงานบุญ งานกฐิน และงานเทศกาลสำคัญ ทั้งในอำเภอและในเมืองเชียงใหม่ ทำให้เด็ก ๆ ไม่เพียงแค่ได้ฝึกวินัยและหาเงินค่าขนมด้วยตัวเอง แต่พวกเขายังได้รับความภาคภูมิใจว่าสิ่งที่ทำเป็นสิ่งที่มีคุณค่าต่อสายตาผู้คน
     ดังที่หนานจิสะท้อนภาพบรรยากาศและความรู้สึกของเด็ก ๆ ไว้ว่า
          "ในความคิดของคนเชียงใหม่เนี่ย ในเมืองเนี่ย เชียงดาวคือพื้นที่ที่ไกลมากนะ ไกลที่สุดที่จะเอื้อมถึงแล้ว... เขาบอกว่า โอ้ เชียงดาว มาให้มานะ เขาอยากเห็นแบบเชียงดาวนี้ครับ... มันก็ภูมิใจไปอีกว่ามันคือส่วนหนึ่งของเชียงใหม่"

วงแก้วผาคำ พาเคลื่อนเมือง
     สิ่งที่วงแก้วผาคำได้พิสูจน์ให้เห็น คือหัวใจของการจัดการศึกษาที่ยืดหยุ่น ซึ่งไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในห้องเรียนสี่เหลี่ยม การปล่อยให้เด็กได้เรียนรู้ผ่านการลงมือทำจริง การแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ไม่ว่าจะเป็นการสอนให้เด็กใช้แอปตั้งเสียงและเรียนรู้ระบบเสียงด้วยตนเอง และการส่งไม้ต่อจากรุ่นพี่สู่รุ่นน้อง ทำให้ภูมิปัญญาและทักษะชีวิตถูกถ่ายทอดอย่างยั่งยืน  
     เรื่องราวของเชียงดาวจึงไม่ใช่เรื่องราวของ "ดนตรีพื้นบ้าน" เพียงอย่างเดียว แต่เป็น "ต้นแบบของเมืองแห่งการเรียนรู้" ที่สะท้อนว่า หากพื้นที่ใดเปิดโอกาสให้ผู้ใหญ่ในชุมชนลุกขึ้นมาเป็น "ผู้สร้างพื้นที่" และให้เด็ก ๆ ได้ค้นพบ "คุณค่าในตัวเอง" ผ่านกิจกรรมที่เขารัก ไม่ว่าจะเป็นดนตรี กีฬา ศิลปะ งานช่าง หรือภูมิปัญญารูปแบบใหม่ ๆ พื้นที่แห่งนั้นก็จะมีชีวิตชีวาขึ้นมาทันที
     จากห้องเรียนธรรมชาติริมขอบดอยเชียงดาว สู่แรงบันดาลใจที่ส่งเสียงดังไปทั่วประเทศ นี่คือบทพิสูจน์ว่า การเรียนรู้ที่มีชีวิต เกิดขึ้นได้เสมอเมื่อชุมชนโอบกอดเด็ก ๆ ไว้ด้วยความเข้าใจและหัวใจที่พร้อมจะเติบโตไปด้วยกัน